IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

> Rules

เข้ามาอ่านนิยายแล้วก็เม้นด้วยนะครับ คนแต่งจะได้มีกำลังใจในการเขียน เพราะกว่าจะเขียนได้ตอนนึงก็ใช้เวลาพอสมควร
อย่าเข้ามาอ่านแล้วผ่านไปเฉย ๆ

 
Reply to this topicStart new topic
> นวนิยาย vs เรื่องสั้น ...
Dark_Eve
โพสต์ Feb 27 2011, 01:38 PM
โพสต์ #1


[ เทพเหมียว !! ]
*****

กลุ่ม : ~ ยามเฝ้าบ้านแมวกระโดด ~
โพสต์ : 539
เป็นสมาชิกเมื่อ : 19-October 10
หมายเลขสมาชิก : 4



เห็นหลายๆคนแต่งนิยายกัน เลยเอามาให้อ่าน

QUOTE

นวนิยาย วรรณกรรม เรื่องสั้น มันต่างกันอย่างไร


พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายของวรรณกรรมไว้ดังนี้

วรรณกรรม คือ งานหนังสือ, งานประพันธ์, บทประพันธ์ทุกชนิด ทั้งที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง, เช่น วรรณกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ วรรณกรรมของเสฐียรโกเศศ วรรณกรรมฝรั่งเศส วรรณกรรมประเภทสื่อสารมวลชน
คำ ที่ใช้ในกฎหมาย วรรณกรรม หมายถึง งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศัย สุนทรพจน์ และหมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย

เรื่องสั้น คือ บันเทิงคดีร้อยแก้ว รูปแบบหนึ่ง มีลักษณะคล้าย นวนิยาย แต่สั้นกว่า โดยมีเหตุการณ์ในเรื่องและตัวละครน้อย มักจบแบบพลิกความคาดหมาย หรือจบแบบทิ้งให้คิดเป็นต้น เช่น เรื่องสร้อยคอที่หายไป ของ ประเสริฐอักษร เรื่องจับตาย ของ มนัส จรรยงค์ เรื่อง มอม ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525)

นวนิยาย คือ เรื่องยาวที่แต่งขึ้นเป็นแบบร้อยแก้ว จากชีวิตจริง นิทานพื้นบ้านพื้นเมือง จินตนาการ หรือประสบการณ์เป็นต้น (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525)

จากความหมายดังกล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นว่า เรื่องสั้น มีลักษณะคล้ายนวนิยาย แต่สั้นกว่า และทั้งเรื่องสั้น และนวนิยาย ต่างก็ถือว่าเป็นวรรณกรรม


ดังนั้น ที่หลายๆคนแต่งนั้น เป็นเรื่องสั้นครับ ไม่ใช่นิยาย แต่เรื่องสั้นก็ถือว่าเป็นนิยาย
(อ้าว งงสิงงสิ)
มันเป็นเรื่องขององค์ประกอบในการแต่งครับ

ส่วนบางคนนั้นผมไม่รู้ว่ามันเรียกอะไร
ณ ป่ามะม่วงหิมะพาน
A : ไปดูหนังกันไหม?
B : ไปสิ ดูเรื่องอะไร
A : Titanic ไหม พึ่งเข้า
B : เข้าบ้านเธอหรอ?
A : .........

คิดว่าน่าจะเป็นบทพูดมากกว่า...


-------------------------------------------------------------------


ทำไมผมถึงคิดว่าที่หลายๆคนเขียนเป็นเรื่องสั้นนั้นหรอ ลองอ่านนี่ดูนะครับ

QUOTE
เรื่องสั้น

๑. ความหมายของเรื่องสั้น

เรื่องสั้น คือ เรื่องที่เล่าอย่างสั้น ๆ มีขนาดความยาวของเรื่องที่ไม่กำนดตายตัว แต่ต้องใช้คำไม่มากนัก โครงเรื่องก็ต้องไม่มีความซับซ้อนจนเกินไป สามารถอ้นจบได้ในเวลาอันสั้น แนวคิดของเรื่องก็มีเพียงแนวคิดเดียว

๒. ลักษณะของเรื่องส้น
เรื่องสั้นเป็นงานเขียนประเภทบันเทิงคดีที่เกิดขึ้นในเมืองไทยประมาณรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) โดยได้แบบอย่างมาจากตะวันตก จึงมีลักษณะ ด้งนี้
ความยาว เรื่องสั้นต้องมีความยาวพอประมาณ อ่านจบได้ในเวลาไม่เกิน ๕๐ นาที ตามขาดมาตรฐานของเรื่องสั้นรุ่นเก่าควรมีจำนวนตำ ๔,๐๐๐ - ๕,๐๐๐ คำ แต่ถ้าเป็นเรื่องสั้นสมัยใหม่ จัดเป็นเรื่องสั้นขนาดยาวอาจมีจำนวนคำได้ถึง ๑๐,๐๐๐ คำ
ต้องมีความหนาแน่น หมายถึง ต้องใช้สำนวนโวหาร การสร้างฉาก ตัวละคร บทสนทนา ฯลฯ ให้กระชับรัดกุมและมีประโยชน์ต้อการดำเนินเรื่องมากที่สุด
โครงเรื่อง (Plot) เรื่องสั้นควรมีโครงเรื่องเดียว ไม่ซับซ้อนเป็นข้อขัดแย้งกันระว่างตัวละครและต้องจบลงด้วยผลอย่างใดอย่าง หนึ่ง
แก่นของเรื่องหรือแนวคิด เรื่องสั้นควรมุ่งสอนแนวคิดหรือแก่นของเรื่องเพียงอย่างเดียว
ตัวละคร เรื่องสั้นควรมีตัวละครน้อยตัวคือไม่ควรเกิน ๔ ตัว
ฉาก เรื่องสั้นมีฉากที่เกิดจากพฤติกรรมของตัวละคร คือเหมาะกับตัวละคร และสภาพแวดล้อม
ตอนจบของเรื่อง (Climax) ตอนจบของเรื่องสั้นมักให้ความรู้แก่ผู้อ่านถึงความสมบูรณ์ของเนื้อหา มี ๒ แบบ คือ จบอย่างธรรมดา และจบแบบหลีกความคาดหมาย หรือจบแบบห้กมุม

๓. ชนิดของเรื่องสั้น แบ่งออกเป็น ๔ ชนิด คือ
๑. เรื่องสั้นประเภทแสดงแนวคิด (Theme Story) คือ ผู้เขียนมีอุดมคติหรือต้องการชี้ใผู้อ่านเห็นความจริงอย่างใดอย่างหนึ่งของ ชีวิต
๒. เรื่องสั้นประเภทผูกเรื่อง (Plot Story) เรื่องสั้นประเภทนี้มีโครงเรื่องซับซ้อนน่าฉงน และจบชนิดที่ผู้อ่านคาดคิดไม่ถึง หรือนึกไม่ถึงว่าจะจบแบบนั้น
๓. เรื่องสั้นประเภทที่เพ่งเล็งจะแสดงลักษณะของตัวละคร (Character Story) เป็นเรื่องสั้นประภทที่ผู้เขียนถือตังละครเป็นใหญ่ และต้องการจะเสนอลักษณะอย่างหนึ่งชองคนเป็นสำคัญ
๔. เรื่องสั้นประเภทที่ถือฉากเป็นสำคัญ (Atmophere Story) เป็นการเขียนบรรยายสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีลักษณะที่ทำให้เกิดความรู้สึกนึก คิดไปตามพฤติกรรมและตัวละครมีอุดมคติ หรือต้องการชี้ให้เห็นความจริงอย่างนึ่งของชีวิต
ข้อมูลจาก http://www.school.net.th/library/create-we...0000-12486.html


อืม ก็ไกล้เคียงเพราะเห็นแต่งแล้วจบไวมาก ถึงแม้ตัวละครจะมากกว่า 4 คนก็เหอะ
แต่ในข้ออื่นๆ ตรง!!!


-------------------------------------------------------------------



ถ้าอยากแต่งนิยายต้องทำยังไง

นิยามของคำว่า นิยาย คือ

นิยาย หมายถึง เรื่องเล่าจากจินตนาการ เหตุการณ์ และเนื้อเรื่อง แตกต่างกับเรื่องจริง โดยครอบคลุมเรื่องแต่งทั้งหมด นิยายแบบตะวันตก ที่มีบทสนทนา และนิยมแต่งกันในชั้นหลังมักเรียกกันว่า นวนิยาย

ผลงานที่จัดเป็นนิยาย เช่น นิทาน เรื่องสั้น ภาพยนตร์บางประเภท เรื่องปรัมปรา การ์ตูน หรืออาจเป็นแอนิเมชัน และวิดีโอเกมบางประเภท เป็นต้น

โครงสร้าง/องค์ประกอบของนิยายกับนวนิยายนั้น อันเดียวกัน
ผมจึงงัดมาให้ดู

QUOTE
องค์ประกอบของนวนิยาย
จาก การศึกษาวิธีการและทำนองแต่งนวนิยายของนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงหลาย ๆ ท่าน สรุปได้ว่า สิ่งสำคัญของนวนิยายที่จะต้องมี 6 ประการ ดังนี้ คือ

1) โครงเรื่อง (Plot) คือ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง ซึ่งมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องเป็นเหตุผลต่อกัน โดยมีความขัดแย้งที่ก่อให้เกิดการต่อสู้ทำให้เรื่องดำเนินไปอย่างน่าสนใจและ ติดตาม โครงเรื่องของนวนิยายมี 2 ชนิด คือ โครงเรื่องใหญ่ (main plot) คือ แนวที่ผู้ประพันธ์ ต้องการให้เรื่องดำเนินไป ต้องมีการผูกปมเรื่องให้ซับซ้อนและคลี่คลายเงื่อนปมเหล่านี้ในตอนจบ และโครงเรื่องย่อย (sub plot) คือ เรื่องที่แทรกอยู่ในโครงเรื่องใหญ่มีความสำคัญน้อยกว่า แต่เป็นส่วนที่เพิ่มความสนุกสนานแก่เนื้อเรื่อง ฉะนั้นในนวนิยายเรื่องหนึ่งอาจมีโครงเรื่องย่อยได้หลายโครงเรื่อง

2) ตัวละคร (Character) คือผู้ทำให้เกิดเหตุการณ์ในเรื่อง หรือเป็นผู้แสดง พฤติกรรมต่าง ๆ ในเรื่อง ตัวละครนี้นับเป็นองค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของนวนิยาย เพราะถ้าไม่มีตัวละครแล้ว เรื่องราวต่าง ๆ ในนวนิยายก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ ตัวละครของนวนิยาย มี 2 ประเภท คือ ตัวละครเอก (the major character) คือตัวละครซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดำเนินเรื่องโดยตลอด หรือ เป็นศูนย์กลางของเรื่อง และ ตัวละครประกอบหรือตัวละครย่อย (the minor character) คือตัวละครซึ่งมีบทบาทในฐานะเป็นส่วนประกอบของการดำเนินเรื่องเท่านั้น แต่ก็ต้องมีส่วนช่วยเสริมเนื้อเรื่องและตัวละครสำคัญให้เด่นขึ้นด้วย

3) บทสนทนา (Dialogue) คือ การสนทนาโต้ตอบระหว่างตัวละครในนวนิยาย เป็นส่วนที่ทำให้นวนิยายมีลักษณะคล้ายความจริงมากที่สุด บทสนทนาที่ดีต้องเหมาะสมกับบุคลิกภาพของตัวละคร ต้องสอดคล้องกับบรรยากาศในเรื่องและที่สำคัญต้องมีลักษณะสมจริง คือ มีคำพูดที่เหมือนกับบุคคลในชีวิตจริงใช้พูดจากัน

4) ฉาก (Setting) คือ เวลาและสถานที่รวมทั้งสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่ช่วยบอกให้ผู้อ่านรู้ว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อใดที่ไหน ที่นั้นมีลักษณะอย่างไร นวนิยายโดยทั่วไปจะสร้างฉากให้เป็นส่วนประกอบของเรื่อง เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจในเหตุการณ์และเวลาที่ทำหนดไว้ในเนื้อ เรื่อง หรือช่วยกำหนดบุคลิกลักษณะของตัวละคร ช่วยสื่อความคิดของผู้แต่ง หรือช่วยให้เรื่องดำเนินไป

5) ความคิดเห็นของผู้แต่ง (Point of View) คือ ความคิดเห็น ทัศนะ หรือปรัชญา ของผู้เขียน ซึ่งสอดแทรกอยู่ในพฤติกรรมของตัวละคร หรือ คำพูดของตัวละคร ในการเสนอความคิดเห็นหรือแนวคิดนี้ ผู้แต่งจะไม่เสนอออกมาโดยตรง มักจะสอดแทรกซ่อนเร้นอยู่ในพฤติกรรมของตัวละคร

6) ทำนองแต่ง (Style) คือแบบแผนและลักษณะท่วงทำนองในการแต่ง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของผู้ประพันธ์ เช่น การเลือกใช้คำ ท่วงทำนองโวหาร และน้ำเสียงของผู้แต่ง (แต่งแบบแสดงอารมณ์ขัน อ่อนโยน ล้อเลียน ) เป็นต้น
ประเภทของนวนิยาย


อันนี้แถมครับ เผื่อใครอยากลองแต่งแนวอื่น/ประเภทอื่น

QUOTE
การแบ่งประเภทของนวนิยาย มี 2 ลักษณะ คือ

1. แบ่งตามแนวคิดในการเขียน ดังนี้ คือ

1.1) คลาสสิค (Classicism) คือ เรื่องที่เขียนตามแนวคิดแบบเดิม โดยอาศัยเค้าโครงเรื่องจากประวัติศาสตร์ หรือวรรณคดีของชาติต่าง ๆ เช่น กรีก โรมัน จีน อินเดีย นวนิยายของไทยที่เขียนตามแนวคลาสสิค มักจะเป็นเรื่องสมมุติไม่เสมือนชีวิตจริง นิยมใช้อภินิหารในการแก้ปมของเรื่อง ตลอดจนการดำเนินเรื่อง เช่น ฮวนนั้ง ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช และนวนิยายอิงพงศาวดาร ของหลวงวิจิตรวาทการ เช่น บัลลังก์เชียงรุ้ง ดอกฟ้าจำปาศักดิ์ กุหลาบเมาะลำเลิงฟากฟ้าสาละวิน เป็นต้น
1.2) โรแมนติก หรือ จินตนิยม (Romanticism) คือ เรื่องที่มุ่งให้ความสำคัญของอารมณ์ (emotion) ความรู้สึก (sentiment) และญาณสังหรณ์ (intuition) มากกว่าคุณค่าทางปัญญา บางครั้งก็เรียกว่า "นวนิยายพาฝัน" เนื้อหามักเกี่ยวกับ รัก โลภ โกรธ หลง และความอิจฉาริษยาของมนุษย์ นวนิยายแนวนี้จึงได้รับความนิยมจากผู้อ่านมาทุกยุคทุกสมัย เช่น เรื่องดอกฟ้า โดมผู้จองหอง บ้านทรายทอง พจมาน สว่างวงศ์ ของ ก.สุรางคนางค์ เรื่อง ค่าของคน ในฝัน คู่กรรม รักที่ต้องมนตรา คุณหญิงนอกทำเนียบ ของทมยันตี (และนามแฝงอื่น ๆ) เรื่อง นิทรา-สายัณห์ ธนูทอง ช้องนาง ดรรชนีนาง ของอิงอร เรื่องจำเลยรัก ตำรับรัก ของชูวงศ์ ฉายะจินดา เป็นต้น
1.3) สัจนิยม หรือ อัตถนิยม (Realism) คือเรื่องที่เลียนแบบเหตุการณ์ จริง ๆ ในสังคมแล้วสอดแทรกจินตนาการของผู้เขียนลงไป โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อตีแผ่แง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา โดยกล่าวถึงคนในลักษณะต่าง ๆ ในวงการอาชีพต่าง ๆ และคนในฐานะต่าง ๆ อย่างสมจริง เพื่อแสดงให้เห็นแก่นแท้ของชีวิตในสังคม ไม่เลือกว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นส่วนที่ดีงามหรือเป็นส่วนอัปลักษณ์ของชีวิต เช่น สี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่องมนุษย์ ของกฤษณา อโสกสิน นี่แหละโลก ของดอกไม้สด หญิงคนชั่ว ของ ก.สุรางคนางค์ เช่าชื่อกานต์ ของ สุวรรณี สุคนธา เป็นต้น
1.4) ธรรมชาตินิยม (Naturalism) คือเรื่องที่มุ่งแสดงความสำคัญของธรรมชาติว่ามีความจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ เรืองประเภทนี้จึงเสนอแนวคิดที่สมจริงเช่นเดียวกับเรื่องประเภทสัจนิยม ต่างกันตรงที่ประเภทธรรมชาตินิยมมีแนวโน้มที่จะกล่าวถึงธรรมชาติฝ่ายต่ำของ มนุษย์มากกว่าธรรมชาติฝ่ายสูงของมนุษย์ คือมุ่งที่จะเสนอถึงชีวิตที่ถูกรังแก กดขี่ ความทุกข์ยาก แร้นแค้น ทรมานใจ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะตีแผ่แก่นแท้ของชีวิตมนุษย์อีกมุมหนึ่ง เช่น ฟ้าบ่กั้น ของ ลาว คำหอม จันดารา ของ อุษณา เพลิงธรรม รอยมลทิน ของ ทมยันตี เหยื่ออารมณ์ ของ ศิระ ส. และ คำพิพากษา ของชาติ กอบจิตติ เป็นต้น
1.5) เหนือธรรมชาติ (Surrealism) คือเรื่องที่แสดงความคิดเห็นของผู้แต่งในลักษณะฝันเฟื่อง โลดโผน หรือเกี่ยวกับภูตฝีปีศาจ ผีดิบคืนชีพ วิญญาณพยาบาท เวทมนตร์คาถา สิ่งลึกลับมหัศจรรย์ เช่น พระจันทร์แดง ทิพย์ ของ ทมยันตี วิมานมะพร้าว ของแก้วเก้า ภาพอาถรรพณ์ ของ ศรีทอง ลดาวัลย์ และ เคหาสน์ภูต ของ จินตวีร์ วิวัชน์ เป็นต้น
1.6) สัจนิยมใหม่ (Neo-realism) คือเรื่องที่สะท้อนสภาพชีวิตในสังคมที่
แท้ จริง มีรายละเอียดสอดคล้องกับเป้าหมายของการดำรงชีวิต พร้อมทั้งสอดแทรกแนวคิดในการพัฒนาสังคมอย่างมีอุดมการณ์ แนวคิดนี้พัฒนามาจากแนวคิดสัจนิยม ดังนั้นในการพัฒนานวนิยายสัจนิยมใหม่ย่อมเป็นไปตามสภาพของสังคมแต่ละท้อง ถิ่นแต่ละประเภท ซึ่งมีพื้นฐานทางสังคมแตกต่างกันไปตลอดจนมโนทัศน์ร่วมของสังคมย่อมแตกต่าง กัน แต่อย่างไรก็ตามนวนิยายแบบสัจนิยมใหม่ได้เสนอให้เห็นถึงการยอมรับโลกทัศน์ ของสังคมเป็นเกณฑ์ และนำมาเป็นแก่นของเรื่องมากกว่านิยมกลุ่มอื่น ๆ เช่น พิราบแดง ของสุวัฒน์ วรดิลก เมื่องเนรมิต ของ ม.ร.ว. นิมิตรมงคล นวรัตน์ และ ขบวนการเสรีจีน ของ สด กูรมะโรหิต เป็นต้น
1.7) สัญลักษณ์นิยม (Symbolism) คือ เรื่องที่มีกลวิธีการเขียนในลักษณะเปรียบเทียบสิ่งที่เป็นรูปธรรม แทนนามธรรม ไม่กล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งในลักษณะตรงไปตรงมา กลับใช้สัญลักษณ์แทนบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการจะกล่าวถึง อาจใช้แทนบางส่วนหรือใช้เรื่องทั้งเรื่องเป็นสิ่งแทนก็ได้ เช่น บนราวแห่งความคับแค้นของ พิบูลศักดิ์ ละครพล ตะกวดกับคบผุ และตลิ่งสูงซุงหนัก ของนิยม รายยวา งู ของ วิมล ไทรนิ่มนวล และแม่เบี้ย ของ วานิช จรุงกิจอนันต์ เป็นต้น


2) แบ่งตามลักษณะของเนื้อเรื่อง แบ่งได้ดังนี้ คือ

2.1) นวนิยายเชิงชีวประวัติ (Biographical Novel) ได้แก่ นวนิยายที่กล่าวถึงเรื่องราวของตัวละครเอก ซึ่งมักได้เค้าโครงเรื่องมาจากเรื่องราวในชวิตจริงของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เช่น ตะวันตกดิน ของ กฤษณา อโศกสิน พระจันทร์สีน้ำเงิน ของ สุวรรณี สุคนธา ผิวขาวผิวเหลือง ของ หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ เป็นต้น
2.2) นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ (Historical Novel) เป็นนวนิยายที่กล่าวถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีตยุคสมัยใดสมัยหนึ่ง เช่น สี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ร่มฉัตร ของ ทมยันตี ผู้ชนะสิบทิศ ของ ยาขอบ รัตนโกสินทร์ ของ ว.วินิจฉัยกุล ดาบเหล็กน้ำพี้ ของ อายัณโฆษ ขุนศึก ของ ไม้เมืองเดิม และ ขุนศึกมหาราช ของ รพีพร เป็นต้น
2.3) นวนิยายแสดงข้อคิด (Themetic Novel) ได้แก่นวนิยายที่เนื้อหามุ่งแสดงความคิดอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยให้ตัวละครเอกแสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจต่าง ๆ เช่น ละครแห่งชีวิต ของ ม.จ. อากาศดำเกิง รพีพัฒน์ ปักกิ่งนครแห่งความหลัง ของ สด กูรมะโรหิต และ บ่วงกรรม ของดวงใจ เป็นต้น
2.4) นวนิยายล้อเลียน (Satires Novel) ได้แก่ นวนิยายที่เนื้อหามุ่งล้อเลียน เยาะเย้ย หรือเสียดสีประชดประชันความเลวร้ายและความยุ่งยากในสังคม เช่น เทพบุตรสุดแสบ ของ กนกเรขา เป็นต้น
2.5) นวนิยายผจญภัย (Novel of Adventure) ได้แก่นวนิยายที่มีเนื้อหากล่าวถึงเรื่องการต่อสู้ผจญภัยของตัวละครเอกในรูป แบบต่าง ๆ จนได้รับความสำเร็จโดยไม่คาดหมาย แล้วมีเรื่องสตรีและความรักเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น ล่องไพร ของ น้อย อินทนนท์ เพชรพระอุมา ของ พนมเทียน เสือใบ ของ ป. อินทรปาลิต เป็นต้น
2.6) นวนิยายมหัศจรรย์ หรือ จินตนิยม (Novel of Fantasy) คือ นวนิยายที่มีโครงเรื่องลึกลับ โดยผู้เขียนอาจจะจินตนาการเอาเอง หรือ ใช้ความฝันประเภทฟุ้งเฟ้อของผู้เขียน นำเรื่องราวเหล่านั้นมาผูกเป็นโครงเรื่อง โดยไม่มีเจตนาจะให้เป็นความจริง ผู้เขียนมีเป้าหมายให้เกิดความเพลิดเพลิน และจินตนาการแปลก ๆ แก่ผู้อ่านมากกว่าสาระอื่น ๆ เช่น นวนิยายภูตผีปีศาจ (Exorcism) ผู้เขียนพยายามเสนอความลึกลับเกี่ยวกับผูตผีและความมหัศจรรย์ของไสยศาสตร์ อันได้แก่ เวทมนตร์ คาถาอาคมต่าง ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนอารมณ์ของผู้อ่าน แต่ก็มีผู้นิยมอ่านอยู่มาก เช่น เรื่องเกี่ยวกับ ผีดิบคืนชีพ วิญญาณพยาบาท เป็นต้น (ส่วนใหญ่เป็นนิทานพิมพ์ขายสำหรับเด็ก ๆ) ส่วนนวนิยายประเภทมหัศจรรย์ และเหนือธรรมชาติอื่น ๆ ซึ่งเป็นจินตนาการลึกลับจากสังคมโบราณมาเป็นโครงเรื่อง เช่น ราชินีบอด ของ สุวัฒน์ วรดิลก เปลวสุริยาและจุฬาตรีคูณ ของ พนมเทียน ธนูทอง ของ อิงอร โรงแรมผี ของ อ.อรรถจินดา แก้วขนเหล็ก ของ ตรี อภิรุม ทิพย์ ของ ทมยันตี ฟ้าจรดทราย ของ โสภาค สุวรรณ เป็นต้น
2.7) นวนิยายเกี่ยวกับท้องถิ่น (Novel of Soil) ได้แก่ นวนิยายที่มีเนื้อหากล่าวถึงสถานที่สำคัญแห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบ่อเกิดของเหตุการณ์และตัวละครในเรื่อง เช่น เรื่อง ทุ่งมหาราช ของ เรียมเอง แสนแสบ ของ ไม้เมืองเดิม และ ลูกอีสาน ของ คำพูน บุญทวี เป็นต้น
2.8) นวนิยายเป็นตอนต่อเนื่องกัน (Episodic Novel) ได้แก่ นวนิยายที่กล่าวถึงเรื่องเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน แต่มีความสัมพันธ์กันด้วยการใช้ตัวละครชุดเดียวกัน หรือมีแกนกลางของเรื่องเป็นแกนเดียวกัน เช่น ชุด พล นิกร กิมหงวน ของ ป.อินทรปาลิต หลายชีวิต ของ ม.ร.ว. คึกฤทธ์ ปราโมช เป็นต้น
2.9) นวนิยายเชิงจิตวิทยา (Psychological Novel) ได้แก่ นวนิยายที่มีเนื้อหากล่าวบรรยายถึงความรู้สึกและจิตใจของตัวละครเอกที่มีต่อ เหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต เช่น เงาราหู ของ โสภาค สุวรรณ มายา ของ ว.วินิจฉัยกุล ทองเนื้อเก้า ของโบตั๋น ปูนปินทอง ของกฤษณา อโศกสิน และ จันดารา ของ อุษณา เพลิงธรรม เป็นต้น
2.10) นวนิยายเชิงปัญหา (Problem Novel) ได้แก่นวนิยายที่มีเนื้อหากล่าวถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและปัญหาชีวิตครอบครัว เช่น ทำไม ข้าวนอกนา ของ สีฟ้า และ เวลาในขวดแก้ว ของ ประภัสสร เสวิกุล เป็นต้น
2.11) หัสนิยาย (Humour Novel) ได้แก่ นวนิยายที่มีเนื้อหามุ่งให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินแก่ผู้อ่านเป็นสำคัญ มักเป็นเรื่องเบาสมอง เช่น ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ของ กาญจนา นาคนันท์ พ่อปลาไหล ของ กนกเรขา ชุด พล นิกร กิมหงวน ของ ป. อินทรปาลิต ชุดชาวเขื่อน ของ มนันยา ชีวิตรักนักศึกษา ของ ศุภักษร และ ทหารเรือมาแล้ว ของ ประเทือง ศรีสุข เป็นต้น
2.12) นวนิยายสังคมและการเมือง (Politics and Sociological Novels) คือ นวนิยายที่มีโครงเรื่องเกี่ยวเนื่องด้วยปัญหาทางการเมือง ปัญหาทางเศรษฐกิจ การปกครอง ตลอดจนปัญหาการขัดแย้งของสังคม ในการดำเนินเรื่อง นักเขียนอาจจะใช้กลวิธีการดำเนินเรื่องอย่างแยบยลในการเสนอปัญหาดังกล่าว ผ่านตัวละครมาสู่ผู้อ่าน คือ ให้ผู้อ่านทราบถึงปัญหาทางสังคม การขัดแย้งทางความคิดทางการเมือง นักเขียนอาจจะเสนอในรูปการถกเถียงเกี่ยวกับปรัชญาการเมืองและลัทธิ ของตัวละครในเรื่อง เพื่อให้ผู้อ่านรับรู้แนวทางด้านการเมือง หรืออาจจะเสนอในรูปการต่อสู้ทางการเมืองของตัวละคร เช่น เรื่องไผ่แดง ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ไผ่ตัน ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ จาก ดวงใจ ของ ดวงใจ พัทยา ของ ดาวหาง ปีศาจ และ ความรักของวัลยา ของ เสนีย์ เสาวพงศ์ พลับพลามาลี ของ รัตนะ ยาวะประภาษ นวนิยายที่ผู้เขียนเสนอแนวคิดทางการเมืองโดยผ่านพฤติกรรมของตัวละครคือแสดง ให้เห็นการต่อสู้ทางการเมืองของตัวละครตัวเอก เช่น ขบวนการเสรีจีน ของ สด กูรมะโรหิต จันทร์หอม ของ วิสิษฐ์ เดชกุญชร เมืองเนรมิต ของ ม.ร.ว. นิมิตรมงคล นวรัตน์ และ พิราบแดง ของ สุวัฒน์ วรดิลก เป็นต้น
ส่วน นวนิยายสังคมนั้นส่วนใหญ่ผู้เขียนพยายามที่จะชี้ให้เห็นปัญหาชีวิต สภาพชีวิตในสังคมโดยเสนอให้เห็นบทบาทของการดำเนินชีวิตในสังคม ปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม การเสนอแนวคิดดังกล่าว นักเขียนมักเสนอผ่านพฤติกรรม หรือแนวคิดของตัวละคร เพื่อเป็นการชักนำให้ผู้อ่านทราบถึงปัญหาทางสังคมนั้น ๆ เช่น แผ่นดินนี้ของใคร ของศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ ระย้า ของ สด กูรมะโรหิต สนิมสร้อย ของ'รงค์ วงษ์สวรรค์ เทพธิดาโรงแรม ของ ณรงค์ จันทร์เรือง เขาชื่อกานต์ ของ สุวรรณี สุคนธา นายอำเภอปฏิวัติ ของ บุญโชค เจียมวิริยะ ทำไม ของ สีฟ้า จดหมายจากเมืองไทย ของ โบตั๋น ทะเลฤาอิ่ม ของ สุวรรณี สุคนธา เป็นต้น
2.13) นวนิยายลูกทุ่ง (Peasant Novel) คือ นวนิยายที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับสภาพชีวิตในสังคมชนบท ซึ่งผู้เขียนมุ่งที่จะเสนอภาพสังคม แนวคิด ปรัชญาชีวิตของสังคมอีกมุมหนึ่ง เป็นการสะท้อนสภาพชีวิตที่ยากแค้น การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการดำเนินชีวิตเพื่อการอยู่รอด หรืออาจจะเสนอภาพชีวิตของสังคมชนบทที่มีความรื่นรมย์ท่ามกลางธรรมชาติ และสังคมที่ไม่ดิ้นรนมากนักก็ได้ เช่น นวนิยายชุดของไม้เมืองเดิม ได้แก่เรื่อง ชายสามโบสถ์ เกวียนหัก แสนแสบ โป๊ะล้ม เรือเพลงเรือเร่ เป็นต้น หรือชุดเรื่องสั้น "ผู้เฒ่า" ของ มนัส จรรยงค์ ชุดเสเพลบอยชาวไร่ ของ' รงค์ วงษ์สวรรค์ สร้อยทอง สาวชาวไร่ ลูกชาวนา ของ นิมิต ภูมิถาวร ทุ่งมหาราช ของ เรียมเอง รวมถึงเรื่อง ลูกอีสาน ของ คำพูน บุญทวี เป็นต้น
2.14) นวนิยายต่างแดน (Exotic Novel) คือ นวนิยายที่ใช้ฉาก หรือสถานที่ต่างประเทศในการดำเนินเรื่อง ฉะนั้น คตินิยมจึงมีลักษณะประสมประสานระหว่างแนวคิดแบบไทยและต่างประเทศอยู่มาก ผู้เขียนมุ่งจะเปรียบเทียบคตินิยมและปรัชญาชีวิตของสังคมนั้น ๆ ด้วย นอกจากนี้นวนิยายต่างแดนยังมีส่วนในการเสนอฉาก สถานที่ต่างประเทศ เป็นลักษณะสารคดีนำเที่ยวอยู่บ้างซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการชักนำให้ผู้อ่าน สนใจในเรื่องราวอีกด้วย เช่น เรื่องละครแห่งชีวิต ของ ม.จ. อากาศดำเกิง รพีพัฒน์ ข้างหลังภาพ ของ ศรีบูรพา รัตนาวดี ของ ว.ณ ประมวลมารค ปักกิ่งนครแห่งความหลัง ของ สด กูรมะโรหิต ความรักของวัลยา ของ เสนีย์ เสาวพงศ์ นักบุญคนบาป ของ อิศรา อมันตกุล ทิวาหวาม ของ ศศิพงศ์ ประไพ ใต้ถุนป่าคอนกรีต ของ'รงค์ วงษ์สวรรค์ รวมทั้งเรื่อง พิราบแดง ของ สุวัฒน์ วรดิลก ก็ใช้ฉากต่างประเทศเช่นเดียวกัน
2.15) นวนิยายอาชญากรรม และนักสืบ (Detective and Crime Novel) เป็นนวนิยายที่ผู้เขียนผูกโครงเรื่องให้ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ซ่อมปม เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความระทึกใจ สะเทือนอารมณ์ไปตามตัวละครและเนื้อเรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับจารกรรม การสืบสวน นวนิยายประเภทสืบสวนนี้ในสมัยแรก ๆ ได้แปลมาจากตะวันตก เช่น เรื่อง เชอร์ล็อคโฮล์ม (เซอร์ อาเธอร์ โคแนนดอยส์) และภายหลังได้แก่เรื่องนวนิยายชุด เจมส์บอนด์ 007 (เอียน เฟลมมิ่ง) เรื่องนี้มีชื่อเสียงมากและได้มีการแปลเป็นภาษาต่างประเทศจำนวนมาก นวนิยายชุดนักสืบและอาชญากรรมของไทย ได้แก่ เรื่อง แพรดำ ของ หลวงสารานุประพันธ์ เล็บครุฑ ของ พนมเทียน ชุดนักสืบพราน ของ 4411 ชุด อินทรีแดง ของ เศก ดุสิต ชุด เหยี่ยวราตรี ของ ส. เนาวราช และเรื่อง แบงค์ ของ พ.ต.ต. ประชา พูนวิวัฒน์ เป็นต้น
2.16) นวนิยายอิงศาสนา (Moral Novel) คือ นวนิยายที่มุ่งเสนอสาระทางจริยธรรมแก่สังคมแต่ก็ไม่ได้เขียนเป็นแบบเทศนา โวหาร และกลับผูกเรื่องเป็นนวนิยาย มีตัวละคร เพื่อให้ผู้อ่านจับประเด็นสำคัญของเรื่องเอาเอง หรือผู้เขียนพยายามเสนอแนวคิด คติธรรม จริยธรรม โดยผ่านพฤติกรรมของตัวละครในเรื่องสู่ผู้อ่าน ทำให้ผู้อ่านสนุกสนาน ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย โครงเรื่องส่วนใหญ่จะนำมาจากเรื่องราวที่มีอยู่ในศาสนา และผู้เขียนนำมาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมให้ตัวละครเหล่านั้นมีบทบาทน่าสนใจ ยิ่งขึ้น เช่น เรื่อง กามนิตวาสิฏฐี ของ เสฐียรโกเศศและนาคะประทีป กองทัพธรรม ของ สุชีพ ปัญญานุภาพ อานนท์พุทธอนุชา ของ วศิน อินทสระ ลีลาวดี ของ ธรรมโฆษ ชุดกฎแห่งกรรม ของ ท. เลียงพิบูลย์ ชุด "หลวงตา" ของ แพร เยื้อไม้ เป็นต้น
2.17) นวนิยายวิทยาศาสตร์ (Science Novel) เป็นนวนิยายที่เกี่ยวกับการค้นพบสิ่งแปลกใหม่ ความตื่นเต้นมหัศจรรย์ทางวิทยาศาสตร์ เช่น ยานมนุษย์ ของพรหมบุตร ชั่วนิจนิรันดร์ เรื่องแปลโดย กัญญา เป็นต้น


ยาวมาก
ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆคนที่ทำงานเขียนนะครับ

หากคิดรักที่จะเขียนแล้ว ก็เข้าใจในตัวของงานนั้นๆด้วย


ที่สำคัญ อย่าลืมเรื่องการเขียนภาษาที่ถูกต้องนะครับ เพราะนิยายแต่ละเล่มนั้น
ก่อนที่จะส่งตีพิมพ์ เค้าได้ทำการพิสูจน์อักษร+แก้หลายรอบมาก ขนาดโปรนะนั่น
และเห็นหลายๆคนเขียน จบไวมาก แล้วก็ขึ้นเรื่องใหม่ทันที จุดเนื้อเรื่องสำคัญคืออะไร
การดำเนินเรื่องบางครั้งยังไม่สามารถปลุกเร้าไปถึงจุดสำคัญของเรื่องได้ อารมณ์ที่ออกมาจากตัวละครยังไม่ค่อยชัดเจน
ฝากไว้ด้วยนะครับ

และผมเชื่ออีกอย่าง ไม่มีใครอ่านจนจบหรอก ถ้าไม่รักที่จะเขียนจริงๆ!!

(ถึงผมจะไม่ค่อยโพสห้อง Fan Fic แต่ผมก็มีอ่านบ้างนะครับ เพราะว่าผมต้องเช็คกระทู้ทุกกระทู้ที่ตั้ง
ทุกโพสที่โพส มันต้องมีผ่านตาบ้างแหละ...)

เครดิตข้อมูล
http://www.praphansarn.com/new/c_lift/detail.asp?ID=120
http://www.muslimthai.com/main/1428/conten...110&id=4980
และ
http://www.google.com/

"การเขียนที่เขียนเพื่อตั้งกระทู้เอา point ผมว่า งานเขียนนั้นจะไม่มีคุณค่าหรอกครับ
หากรักที่จะทำงานอะไรก็แล้วแต่ ควรทำด้วยใจ ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ แล้วงาน
ก็จะออกมาดี มีคุณค่า ที่มาพร้อมกับภาคภูมิใจที่ได้ทำอย่างเต็มที่ ^^"
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Hut
โพสต์ Feb 27 2011, 02:11 PM
โพสต์ #2


[ สุดยอดของสุดยอดเทพเหมียว !! ]
*******

กลุ่ม : ~ ยามเฝ้าบ้านแมวกระโดด ~
โพสต์ : 8,388,607
เป็นสมาชิกเมื่อ : 21-October 10
หมายเลขสมาชิก : 14
ชื่อเล่น:ฮัท



อ่านหมดคงไม่ไหว - -
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ViewtiezZ~*
โพสต์ Feb 27 2011, 02:18 PM
โพสต์ #3


[ โตเต็มวัย ]
***

กลุ่ม : ~ ลูกแมว ~
โพสต์ : 230
เป็นสมาชิกเมื่อ : 3-November 10
จาก : บ้านรักแมวกระโดด
หมายเลขสมาชิก : 303
ชื่อเล่น:วิว




ยาวจังค่ะ
ขอบคุนสำหรับความรู้ที่เอามาให้อ่านนะคะ
เล่นสะปวดตาเรย


--------------------

I LoVe NJ


Go to the top of the page
 
+Quote Post
n.nunja
โพสต์ Feb 27 2011, 02:22 PM
โพสต์ #4


[ เทพเหมียว !! ]
*****

กลุ่ม : ~ ลูกแมว ~
โพสต์ : 875
เป็นสมาชิกเมื่อ : 25-October 10
จาก : nekojumpfan
หมายเลขสมาชิก : 139
ชื่อเล่น:นุ่น






อ่านไหวดิพี่ฮัท นุ่นชอบอ่าน!!
ขอบคุณค่าพี่ป๊อบ~
นุ่นอยากเป็นนักเขียนมากๆเลย อิอิ
ที่จะแต่งจริงๆใครอยากอ่านมาหลังไมค์ได้นะ
ที่นุ่นแต่งจริงๆมันยังไม่เคยมีใครอ่านเลย...
ไม่ให้อ่านด้วย หึหึหึ หวง=..='

แต่ถ้าอยากแ่านจริงๆจะให้อ่านเรื่องสั้นก็ได้
แต่หลังจากส่งไปไอไลค์แล้วนะ
555+

แต๊งพี่ป๊อบอีกรอบ(เพิ่งนึกได้= =')
นุ่นเห็นคนใข้บทพูดเยอะมาก
ไม่มีบรรยายบ้างเลย
บางทีบทพูดพรืดเลย
บรรยายอย่างมากก็แค่
+ณ อาร์เอส+
ประมาณนี้อ่ะ ที่ไม่ใช่บทพูด


นุ่นอยากแต่งเีรื่องสั้น ไม่ได้อยากแต่งนิยายเลยอ่ะ
พอแต่งเรื่องสั้นปุ๊บ มันยาว
จะแต่งนิยาย มันสั้น= =*...

ประมาณว่าไม่ยาวไม่สั้นนั่นแหละ

ใครมีวิธีก็ส่งมาบอกหน่อยนะ อยากเป็นจริงๆ
แสตมป์เบอรี่ นักเขียนแจ่มใส วิจารณ์มาแล้ว
บรรยายน้อยไป เฮ้อ


ป.ล.ขอเก็บกระทู้นี้ไว้ใน
โฟเดอร์นุ่นนะ
กดLike^^


--------------------

แต๊งลูกพิม @ เว็บโบว์ นะคะ^^

เธอน่ะห้ามนอนคนเดียวนะ
เพราะว่าฉันไม่เคยถูกรักเลย
ก็ได้แต่Messageไปบอกรักเธอ
แค่เธอบังคับให้ฉันรักเธอมันก็เจ็บพออยู่แล้ว
ก็ก่อนรักเธอฉันคิดว่าเธอเป็นรักไม่มีเจ้าของไง
และก่อนที่ฉันเพิ่งรักเธอ
ฉันก็คิดว่ารักก็ได้
แต่ฉันแค่เหงา อย่าเข้าใจผิด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
PangtiezZ
โพสต์ Feb 27 2011, 02:25 PM
โพสต์ #5


[ ลูกแมวน้อยเพิ่งเกิด ]
*

กลุ่ม : ~ ลูกแมว ~
โพสต์ : 7
เป็นสมาชิกเมื่อ : 3-November 10
จาก : ใต้ฟ้าบนดินหรือเรียกว่าโลกค่ะ
หมายเลขสมาชิก : 306
ชื่อเล่น:แป้ง



ขอบคุนค้าา
เยอะมากๆเรย


--------------------
PangtiezZ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
кαттч★cαѕρεя
โพสต์ Feb 27 2011, 02:58 PM
โพสต์ #6


ตั้งใจเรียนแล้วจะสวย
*******

กลุ่ม : ~ ยามเฝ้าบ้านแมวกระโดด ~
โพสต์ : 16,659
เป็นสมาชิกเมื่อ : 25-October 10
หมายเลขสมาชิก : 125
ชื่อเล่น:แคท



O_O
เนื้อหาเเน่นมาก
ขอบคุณค่ะพี่ป็อป
ถึงแม้จะอ่านไม่หมด แต่ก็พอรู้คราวๆ ^^
คนแต่งนิยายเนี่ยต้องมีจิตนาการสูงเลย -.-
Go to the top of the page
 
+Quote Post
♥!SMe'Winniez~*
โพสต์ Feb 27 2011, 04:06 PM
โพสต์ #7


[ สุดยอดเทพเหมียว !! ]
******

กลุ่ม : ~ ยามเฝ้าบ้านแมวกระโดด ~
โพสต์ : 1,048
เป็นสมาชิกเมื่อ : 23-October 10
จาก : Neko Jump~
หมายเลขสมาชิก : 93
ชื่อเล่น:วินนี่~





นิยายมันมีรายละเอียดมากกว่าเรื่องสั้นนี่เอง
ขอบคุนพี่ป๊อป ^^
ไม่ได้อยากจะเปนนักเขียน เพราะไม่มีจินตนาการเอาซะเลย 555 แต่ก้ออยากรุ้บ้างอะไรบ้าง


--------------------




Go to the top of the page
 
+Quote Post
icezy35
โพสต์ Feb 27 2011, 04:45 PM
โพสต์ #8


[ แมวเหมียวขนฟู ]
****

กลุ่ม : ~ ลูกแมว ~
โพสต์ : 316
เป็นสมาชิกเมื่อ : 19-December 10
จาก : 27/19 หมู่ 1 ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 635
ชื่อเล่น:ice





อ่านหมดโลกแแตกแน่ๆๆเรย - - สงสัยเวลาจะเขียนเรื่องสั้นหรือนวนิยายต้องเอาตัวอย่างมาแระจับใจความมาคงจะเขียนได้ - - นิทานยังง่ายกว่าอีกนะ ขอบคุนนะค่ะที่เอามาให้อ่านเราคงอ่านได้นิดเดียวอ่ะ สงสัยเราต้องกลับไปเรียนใหม่แร้วมั้งนิ เหอๆๆ ยากเหลือเกินที่จะเขียนนวนิยายแระเรื่องสั้นเนี่ย แร้วแต่ความสามารถอ่ะ ^^
Go to the top of the page
 
+Quote Post
♕ลูกแมวน้อ...
โพสต์ Feb 27 2011, 05:03 PM
โพสต์ #9


[ สุดยอดของสุดยอดเทพเหมียว !! ]
*******

กลุ่ม : ~ แมวจ่าฝูง ~
โพสต์ : 8,388,607
เป็นสมาชิกเมื่อ : 21-October 10
จาก : 4 ห้องหัวใจของNeko Jump
หมายเลขสมาชิก : 9
ชื่อเล่น:เบสท์ตี้ค่า





เยอะเกินพี่ป๊อป- -
ไว้ไม่มีไรทำจะมาอ่านน่ะ หุหุ


--------------------

หลงรักลูกแมวสองคนนี้อ่ะ รักหมดใจเลย


Go to the top of the page
 
+Quote Post
TH3 Black Jack (...
โพสต์ Apr 8 2011, 10:09 AM
โพสต์ #10


[ ลูกแมวน้อยเพิ่งเกิด ]
*

กลุ่ม : ~ ลูกแมว ~
โพสต์ : 35
เป็นสมาชิกเมื่อ : 22-February 11
หมายเลขสมาชิก : 916
ชื่อเล่น:NUT





อ่านที อวกทีอ่ะ +_____+
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 23rd October 2014 - 06:03 AM